วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

ผู้หญิง 8 บุคลิกที่มีแนวโน้มจะขึ้นคาน

ผู้หญิง
          สำหรับผู้ชายไม่มีอะไร ที่จะมีความสุขเท่ากับการควงสาวอีกแล้ว  แน่ล่ะ…พอพวกเขาอยากควงใคร  สิ่งที่ควรทำลำดับต่อไปก็คือหาทางทำความรู้จักเธอให้ได้  ถ้าเธอมีเสน่ห์เย้ายวนน่าสนใจ  หรือพวกเขารู้สึกถูกคอด้วยก็คงจะหาทางพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไป  แต่หากพวกเขาพอหญิงสาวประเภทนี้คำแนะนำเลยว่าอย่าเสียเวลาอีกต่อไป
1.บงการและควบคุมทุกอย่าง
           นิยามง่ายๆ  ของสาวประเภทนี้ก็คือสาวเผด็จการนั้นเอง  เธอจะชอบชี้นิ้วสั่งบงการพวกเขาอยากได้อะไร  เมื่อไหร่  พวกเขาเหล่านี้ก็สรรหามาให้เธอ  คำแนะนำสำหรับการจีบเธอสาวประเภทนี้ก็คือหัดใช้คำพูดว่า “ได้จ๊ะ” ให้ชินปาก
2.สนใจแต่ผลประโยชน์
           เข้าทำนองว่าถ้าพวกเขา มีค่าฉันคบ  ถ้าเขาหมดเท่าไร้ราคาฉันเลิก  นั่นแหละหญิงสาวประเภทนี้น่ากลัวมากๆ  เธอจะให้ความสนใจเฉพาะเพียงคนที่สนองความต้องการของเธอเท่านั้น  คำแนะนำสำหรับการจีบสาวประเภ?นี้ก็คือเขาภาวนาตัวเองถูกล๊อกเตอรี่รางวัลที่ 1  เพื่อจะตอบสนองความต้องการของเธอได้ทุกอย่าง
3.ไม่เป็นตัวของตัวเอง
         ต่อให้เธอสวยงานสักปานใด  แต่ถ้าเธอไม่กล้าคิด  ไม่กล้าตัดสินใจเอง  จิตใจวอกแวก  ลังเลมันก็น่ารำคาญเสียจริง ดีไม่ขนากของกินของใช้ยังเปลี่ยนใจไปมาเลย  แล้วกันพวกเขาเธอจะไม่ลังเลหรือ? คำแนะนำสำหรับการจีบสาวประเภทนี้คือ  ให้พวกเขาเริ่มไม่เป็นของตัวเองก่อนด้วยจากเธอมาซะ
4. ขี้เหนียว
            สาวประเภทนี้ไม่รู้ว่า จะเคยพกกระเป๋าสตางค์ออกจากบ้านหรือเปล่า ? คติพจน์ประจำของเธอก็คือ  “กินได้  จ่ายไม่เป็น”  แน่ล่ะ  ถ้าพวกเขาจีบเธอก็ต้องเป็นพวกเขาน่ะสิที่ต้องเป็นฝ่านควักกระเป๋าจ่าย  คำแนะนำสำหรับการจีบสาวประเภทนี้คือ  สังเกตว่าคนอื่นเรียกพวกเขาว่าอะไร  ถ้าไม่มีคำว่า “เสี่ย  หรือ เฮีย” นำหน้าก็ถอยดีกว่า
5. เรื่องมากเอาใจยาก
           สาวประเภทนี้ไม่ว่าพวก เขาจะพยายามทำอะไรให้เธอสิ่งที่ตอบแทนกลับมามีเพียงความไม่พอใจนั้น ก็เหมือนกับการตักน้ำเทใส่ตุ่มที่รั่ว  ย่อมไม่มีวันที่จะเต็มขึ้นมาได้อย่าแน่นอน  คำแนะนำสำหรับการจีบสาวประเภทนี้คือ  หันมาเอาใจใส่ตัวเองให้มากขึ้นดีกว่าไม่ซ้ำใจด้วย
6. เห็นแก่ตัว
            ถ้ารักผู้ชายยึดมั่น คติพจน์ที่ว่า “ความรักคือการเสียสละ” ล่ะก็พวกเขาจะพบว่าบางครั้งมันก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน  ก็เธอออกจะคิดว่าตังเองเป็นศูนย์กลางจักวาลขนากนั้นเลย  เธอจะไปคิดถึงหัวใจใครล่ะ  คำแนะนำสำหรับการจีบสาวประเภทนี้คือ  ลบคติพจน์แห่งความรักประจำใจขางต้นไปเสียเลย
7. ไม่มีเหตุผล
           สาวประเภทนี้อายุมาก ขึ้นแต่จิตใจกลับไม่ยอมโตตามแฮะ  ถ้าพวกเขาลองคบเป็นแฟนล่ะก็สัมพันธภาพของเขากับเธอมีหวังลุ่มๆ  ดอนๆ  เป็นแน่  คำแนะนำสำหรับการจีบสาวประเภทนี้คือเสาะหาโรงพยาบาลโรคประสาทดีๆ  สักแห่ง  ไม่ใช่สำหรับส่งเธอเข้าไปหรอกนะ  แต่เป็นพวกเขานั่นล่ะแหละที่จะเครียดกับความไร้เหตุผลของเธอ
8. ขี้บ่น
           แม้โดยธรรมชาติของ ผู้หญิงแล้วมักจะขี้บ่นชอบพูดจาเจื้อยแจ้ว  แต่ลองสาวไหนพูดได้ทั้งวันแต่ได้พูดจาฉอเลาะให้พวกเขาชื่นใจ  กลับเป็นการหาเรื่องบ่นได้ทุกเรื่อง  ไหนจะด่าพวกเขาอีกถ้าพวกเขาสร้างความไม่พอใจให้เธอ  คำนะนำการจีบสาวประเภทนี้คือหาซื้อไอพอลดีๆ สักเครื่อง  จะได้เอาไว้อุดหูเวลาที่เอบ่นน่ะ

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

ปล่อยว่างและโล่งสบาย


ปล่อยวางและโล่งสบาย
ความรู้สึกที่มักจะทำร้ายตัวเองอยู่บ่อย ๆ ก็คงจะเป็นการที่เรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีความสำคัญ หรือไม่มีความหมายกับอะไรรอบข้างเลย ณ ขณะที่คิด เพราะความรู้สึกพวกนี้มักจะเกิดจากสิ่งที่เรารับรู้ได้จากคนรอบข้างของเรา และรู้สึกถึงการปฏิบัติตัวที่มีต่อเรา ใครที่ความรู้สึกเร็วก็จะรับได้อย่างรวดเร็วและสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเรารู้สึกไม่ดีแล้ว รวมถึงจิตใจของตัวเองที่อ่อนแอและไม่มีกำลังใจ จึงสามารถทำให้สิ่งเหล่านี้มาทำร้ายความรู้สึกของเราได้อย่างร้ายกาจมาก ถ้าในหนึ่งวันเราต้องเจอกับคนที่ไม่ชอบเราแต่ยังมาคุยกับเราอยู่ ยังมาทักทายและพูดคุยตามปกติแต่สายตาที่เขามองเรานั้นมันไม่เหมือนเดิมแล้ว เราจะต้องทำอย่างไรเมื่อเรารู้สึกอึดอัดและรู้สึกไม่อยากคุยด้วย เราก็ควรต้องทำใจและพยายามอย่าไปสนิทกับเขาเหมือนเดิม พยายามอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้อย่างมีสติที่สุด เพราะถ้าเราไม่มีสติ เราจะหลุดและจิตใจแย่มาก เพราะคนเหล่านี้จะไม่ทำร้ายกันซึ่ง ๆ หน้า แต่จะทำร้ายเราลับหลัง เขาจะไม่รู้หรอกว่าเรารู้ว่าเขาไม่ชอบเราเพราะเขาคิดว่าการที่ทำตัวปกติจะทำให้เราไม่รู้ แต่เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าสายตาเขามันไม่เหมือนเดิมแล้ว
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ต้องมีสติและคิดในทางที่ดีให้ได้ ไม่ว่าจะเจอกับสิ่งรอบตัวที่ไม่ดี เจอคนไม่ดี หรืออะไรก็ตามที่ไม่ดี เราต้องกลับมาดูความรู้สึกของตัวเองและดูแลจิตใจให้ดี อย่าหลงไปกับสิ่งไม่ดีรอบตัวที่จะทำให้เราต้องจมไปกับความทุกข์เลย สิ่งเหล่านี้จะทดสอบเราเท่านั้น ต้องคิดเอาไว้ว่าคนที่แย่กว่าเรามีอีกเยอะ คนที่โดนจ้องทำร้ายถึงชีวิต แต่เราแค่คนคนหนึ่งที่คิดไม่ดีกับเรา เราไม่สามารถห้ามความคิดใครได้ ไม่สามารถทำให้ใครชอบเราทั้งหมดได้ เราต้องเป็นตัวของตัวเอง อยู่บนเหตุและผล ไม่ทำอะไรตามอารมณ์ รู้จักหน้าที่ของตัวเอง ให้เกียรติคนอื่น ถ้าไม่คิดร้ายกับใครเลยจะดีมากที่สุด ถึงคนคนนั้นจะคิดร้ายและคอยว่าลับหลังเราตลอดก็ตามที เพราะไม่มีใครในโลกไม่ถูกนินทา เราต้องมีความเข็มแข็งและอดทนกับสิ่งพวกนี้ให้ได้ เพราะถ้าเราปล่อยวางและคิดว่าทุกอย่างก็เป็นเรื่องธรรมดา เราก็จะไม่คิมากอะไรกับสิ่งพวกนี้ จงอยู่กับตัวเอง ดูแลความรู้สึกและจิตใจของตัวเองให้สบายใจ ปลอดโปร่ง ไม่ว่าจะเจอกับเรื่องอะไรรอบข้างที่เลวร้ายแค่ไหน จะเจอกับคนที่ไม่ดีมากมายเพียงใด ถ้าเรายังตั้งมั่นในความดี และมีจิตใจที่แน่วแน่เข็มแข็ง ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยตัวของมันเอง
การที่เราไม่ตอบโต้หรือไม่ทำอะไรแย่ ๆ ตอบกลับคนที่ทำร้ายเรา ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่เราต้องดูสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เราควรตอบกลับแบบคนไม่ใช่แบบสัตว์เหมือนที่เขาว่ากันว่า กัดกันเหมือนหมา คนทุกคนมีวิถีทางของตัวเอง มีการอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นตัวเอง แต่ก็มีหลงคนที่หลงไปกับสิ่งรอบข้าง สิ่งยั่วยุ จนเป็นเหตุทำให้ตัวเองทุกข์ทรมานถึงขั้นตรอมใจตายเลยทีเดียว เพียงเพราะปัญหาที่เราเรียกกันว่า เรื่องปกติ บางคนมองทุกปัญหาใหญ่จนไม่สามารถต่อสู้อะไรได้อีก จึงต้องทำร้ายตัวเอง เพียงเพราะคนชั่วเพียงคนเดียว ทุกคนต้องมีสติและรักษาความรู้สึกของตัวเองให้มาก ๆ  ให้ความรู้สึกของเราเป็นปล่อยวางและโล่งสบายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค่นี้ก็จะมีความสุขกับชีวิตในวันข้างหน้า

ฝึกใจอย่างไรไม่ให้เหงา


ฝึกใจอย่างไร…ไม่ให้เหงา
ความเหงาคงเป็นความรู้สึกที่ทุกๆ คนเคยพบเจอ บางครั้งความเหงาแค่ผ่านมาแล้วจากไปแต่หลายๆ ครั้งความเหงาที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนนั้น กลับดูยาวนานเป็นพิเศษ สร้างความเปล่าเปลี่ยว  โดดเดี่ยว ทรมาน ให้กับผู้ที่พบเจอกับความเหงาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่เพิ่งพลัดพลากจากคนรัก  ต้องอยู่ในต่างถิ่น ต่างสถานที่เพียงคนเดียว หรืออยู่ในสถานที่ พบเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า “เหมือน ณ เวลานี้ ไม่เหลือใครอีกแล้ว”
ยิ่งเราพบเจอกับความเหงาบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งปล่อยใจให้จมลึกไปกับความเหงายาวนานเท่าไหร่ ยิ่งทำให้กำลังของเราอ่อนแอลงเท่านั้น ส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้า ห่อเหี่ยว ไม่สดใส สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ไม่มีความสุข ดังนั้นก่อนที่ความเหงาจะมาเยือน หรือแม้จะมาเยือนแล้ว อยากจะให้ความเหงามันหายไปไวๆ ลองมาฝึกใจด้วยหลักการง่ายๆ เพื่อคลายหรือป้องกันความเหงา ดังนี้
1. เรียนรู้ที่จะเหงา ความเหงาสามารถสร้างเราให้แข็งแกร่งได้ เพียงรู้จักการมองต่างมุม เพราะในช่วงเวลาที่ไม่มีใคร เราต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ทั้งการใช้ชีวิต การแก้ไขปัญหา ไม่เพียงเท่านั้นความเหงา ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยให้เราพบกับมิตรภาพใหม่ๆ เจอสังคมใหม่ๆ เมื่อความเหงาผ่านพ้นไป เราจะพบว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หัวใจมีความแข็งแกร่งขึ้น พร้อมเผชิญกับทุกๆ ปัญหาได้อย่างกล้าหาญมากยิ่งขึ้น
2. ให้เวลากับคนใกล้ตัว บ่อยครั้งที่ความเหงา มักเกิดขึ้นจากความผิดหวังที่ไม่ได้รับการใส่ใจจากคนไกลที่เรารัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักในเชิงชู้สาว บ่อยครั้งที่เมื่อเกิดความรู้สึกเหงา เรากลับเลือกที่จะปิดตนเอง จมลงอยู่กับโลกอันมืดมิดที่ใจเราได้สร้างมันขึ้นมา หากเพียงทลายกำแพงแห่งความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นลง แล้วเปิดใจให้ความสำคัญกับคนที่คุณก็รักและเขาก็รักคุณมาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง เมื่อนั้นเราจะรู้ว่า จริงๆ แล้วไม่ได้เหงาอะไรเลย ความเหงาเป็นเพียงโลกที่เราสร้างขึ้นมาเองเท่านั้น
3. ปล่อยวางกับความเหงา ความเหงาหากพิจารณาดีๆ แล้วก็เป็นเพียงความรู้สึกหนึ่ง เป็นความกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว เพราะเราได้เอาใจไปผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจจะดูเป็นธรรมะสักหน่อย แต่ความจริงความเหงาก็เป็นเพียงสภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นมาเท่านั้น หากลองพิจารณาดีๆ จะพบว่า หลายต่อหลายครั้งเราก็อยู่คนเดียวแต่กลับไม่รู้สึกเหงา เช่น เวลาทำการบ้าน เวลาอ่านหนังสือ เวลาอาบน้ำ เวลาเข้านอน แล้วความเหงาที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ละ คืออะไร? ลองคิดพิจารณาบ่อยๆ แล้วจะพบว่า จริงๆ แล้วไม่มีความเหงา ความกลัว หรืออะไรเกิดขึ้นจริงๆ ทั้งสิ้น มีเพียงแต่เราเท่านั้น ที่คิดไปเอง ปรุงแต่งให้เป็นความเหงา ความโดดเดี่ยวขึ้นมา
อย่าลืมว่าตอนเกิดมาเราก็เกิดมาเพียงคนเดียว (ขนาดฝาแฝดยังเกิดคนละเวลาเลย) เราโตขึ้นมาก็ไม่ได้ผูกพันกันมาตั้งแต่แรกเกิด (อย่างคนที่อกหักจากคนรัก คนที่ทะเลาะกับเพื่อน) แม้จะไปอยู่ต่างที่ต่างถิ่น ก็เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนบรรยากาศ เป็นการฝึกฝน ฝึกตนให้เก่ง ให้สามารถอยู่คนเดียวได้ ฝึกความเป็นผู้ใหญ่ และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่เจริญรุดหน้าไปมาก เหงาเมื่อไหร่ก็โทรหากัน เบื่อเมื่อไหร่ก็โพสข้อความบนโซเชียลเน็ตเวิร์คทักทายกัน….แล้วทำไมเราจึงยังเหงากันอยู่อีกละครับ?