นานาสาระ , สาระน่ารู้, ความรู้ดีๆ, รวมบทความที่น่าสนใจ ,การปลูกผักอินทรีย์,น้ำหมักชีวภาพ,เกษตรผสมผสาน,การทำเกษตรแบบพึ่งตนเอง,สวนผักคนเมือง
วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560
วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
การปลูกแตงกวา
อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกของเมล็ดระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส สามารถเจริญเติบโตได้ผลดีระหว่างอุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิกลางวัน 22-28 องศาเซลเซียส แตงกวาจะชะงักการเจริญเติบโต สำหรับอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการผสมเกสรนั้นอยู่ระหว่าง 17-25 องศาเซลเซียส
แตงกวาเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมากแต่ขาดน้ำไม่ได้ โครงสร้างของดินที่ปลูกแตงกวาควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี ควรมีความเป็นกรด ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ในสภาพดินที่เป็นดินทรายจัด หรือเหนียวจัด จำเป็นต้องปรับปรุงบำรุงดินก่อนการปลูก โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้วและสภาพความเป็นกรดด่างนั้น ควรจะวิเคราะห์หาค่าความต้องการปูนก่อนที่จะใช้ปูนขาวเพื่อให้มีการใช้ใน ปริมาณที่เหมาะสม
การเตรียมดิน ก่อนการปลูกแตงกวา ไถพรวนดินตากไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อทำลายวัชพืช และศัตรูพืชบางชนิดที่อยู่ในดิน จากนั้นจึงไถพรวนเก็บเอาเศษวัชพืชออก แล้วเตรียมแปลงขนาดกว้าง 1-1.2 เมตร โดยมีความยาวตามลักษณะของพื้นที่ แล้วจึงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไป ปรับโครงสร้างของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแตงกวา การเตรียมหลุมปลูกนั้นควรกำหนดระยะระหว่างต้น ประมาณ 60-80 เซนติเมตร ระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร พลาสติกคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นในดิน ป้องกันความงอกของวัชพืช และพลาสติกบางชนิดสามารถที่จะไล่แมลงไม่ให้เข้ามาทำลายแตงกวาได้
การเตรียมพันธุ์ ขั้นตอนการเตรียมพันธุ์ นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการปลูกแตงกวา ซึ่งพอแบ่งได้ดังนี้
1. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์แตงกวา ควรคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ ซื้อจากร้านค้าให้เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือ มีการบรรจุหีบห่อ เมล็ดที่สามารถป้องกันความชื้น หรืออากาศ จากภายนอกเข้าไปได้ ลักษณะเมล็ดแตงกวาควรมีการคลุกจุลินทรย์สังเคราะแสง เพื่อป้องกันศัตรูพืชที่อาจติดมากับเมล็ด และก่อนใช้เมล็ดทุกครั้งควรทำการทดสอบความงอกก่อน
2. การเตรียมดินเพาะกล้า อัตราส่วนดิน : ปุ๋ยคอก 3:1 และใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือน อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อต้นกล้า 1 ไร่ คลุกให้เข้ากัน แล้วบรรจุลงในถุงพลาสติกขนาด 6x10 เซนติเมตร เพื่อเตรียมสำหรับหยอดเมล็ดแตงกวาต่อไป
3. ทำการบ่มเมล็ด โดยนำเมล็ดบรรจุถุงพลาสติกที่เจาะรูพรุน แช่ในจุลินทรีย์สังเคราะแสง 1ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร แช่เมล็ดนาน 30 นาที เพื่อทำลายเชื้อราที่ผิวเมล็ด จากนั้นนำมาแช่น้ำ 4 ชั่วโมง แล้วจึงบ่มในผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกรัดปากถุงให้แน่น บ่มในสภาพอุณหภูมิห้องนาน 24 ชั่วโมง หลังจากรากงอกยาว 0.5 เซนติเมตร จึงนำไปเพาะต่อไป
4. การหยอดเมล็ดลงถุง นำเมล็ดที่ได้บ่มไว้หยอดลงแต่ละถุง จำนวนถุงละ 1 เมล็ด แล้วใช้ดินผสมหยอดกลบบางประมาณ 1 เซนติเมตร
การดูแลรักษากล้า หลังจากหยอดเมล็ดแล้ว ให้น้ำทันที โดยวิธีการฉีดพ่นให้เป็นฝอยละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปริมาณน้ำที่ให้นั้นไม่ควรให้ปริมาณที่มากเกินไป ในช่วงฤดูร้อน ควรจะให้วันละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ให้ตรวจดูความชื้นก่อนการให้น้ำทุกครั้ง ถุงเพาะกล้านี้ควรเก็บไว้ในที่แดดไม่จัดหรือมีการใช้วัสดุกันแสงไม่ให้มากระ ทบต้นกล้ามากเกินเกินไปเมื่อแตงกวา เริ่มงอกให้หมั่นตรวจดูความผิดปกติของต้นกล้าเป็นระยะ ๆ หากมีการระบาดของแมลงหรือโรคพืช ต้องรีบกำจัดโดยเร็ว และเมื่อต้นกล้ามีใบจริงประมาณ 3-4 ใบ จะอยู่ในระยะพร้อมที่จะย้ายปลูก
การปลูกโดยไม่ใช้ค้าง การปลูกโดยใช้ค้าง
สำหรับแตงกวาบางชนิด
การปลูก วิธีการปลูกแตงกวานั้น พบว่ามีการปลูกทั้งวิธีการหยอดเมล็ดโดยตรงและเพาะกล้าก่อนแล้วย้ายปลูก การหยอดเมล็ดโดยตรงนั้นอาจจะมีความสะดวกในการปลูก แต่มีข้อเสียคือสิ้นเปลืองเมล็ด หากใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมซึ่งมีราคาแพงแล้ว จะเกิดความสูญเสียเปล่าและเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต รวมทั้งวิธีการหยอดเมล็ดนี้จำเป็นที่จะต้องดูแลระยะเริ่มงอกในพื้นที่กว้าง ดังนั้นการใช้วิธีการเพาะกล้าก่อน จึงมีข้อดีหลายประการ อาทิเช่น ประหยัดเมล็ดพันธุ์ ดูแลรักษาง่าย ต้นกล้ามีความสม่ำเสมอ ประหยัดค่าแรงงานในระยะกล้า เป็นต้น
สำหรับการย้ายกล้าปลูกนั้น ให้ดำเนินการตามกระบวนการเพาะกล้าตามที่กล่าวแล้ว และเตรียมหลุมปลูกตามระยะที่กำหนด จากนั้นนำต้นกล้าย้ายปลูกลงในหลุม ตามระยะระหว่างต้นและระหว่างแถวตามที่ได้กำหนดไว้ โดยการฉีกถุงพลาสติกที่ใช้เพาะกล้าออกแล้วย้ายลงในหลุมปลูก ช่วงเวลาที่จะย้ายกล้านั้นควรย้ายช่วงประมาณเวลา 17.00 น. จะทำให้ปฏิบัติงานในไร่นาได้สะดวกและต้นกล้าสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวด ล้อมได้ดียิ่งขึ้น
การให้น้ำ หลังจากย้ายกล้าปลูกแล้ว ต้องให้น้ำทันที ระบบการให้น้ำนั้นอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ แต่ระบบที่เหมาะสมกับแตงกวา คือการให้น้ำตามร่อง เพราะว่าจะไม่ทำให้ลำต้น และใบไม่ชื้น ลดการลุกลามของโรคพืชทางใบ ช่วงเวลาการให้น้ำในระยะแรกควรให้ 2-3 วันต่อครั้งและเมื่อต้นแตงกวา เริ่มเจริญเติบโตแล้วจึงปรับช่วงเวลาการให้น้ำให้นานขึ้น ข้อควรคำนึงสำหรับการให้น้ำนั้น คือ ต้องกระจายในพื้นที่สม่ำเสมอตลอดแปลง และตรวจดูความชื้นในดินไม่ให้สูงเกินไปจนกลายเป็นแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่าได้
การใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยในแตงกวานั้น อาจแบ่งเป็นระยะต่าง ๆ ดังนี้
1. ระยะเตรียมดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตันต่อไร่ และใส่ปุ๋ยมูลใส่เดือน อัตราประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่
2. หลังย้ายปลูกประมาณ 7 วัน ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน เช่น น้ำหมักยูเรีย รดทุกๆ 7 วัน
3. ระยะแตงกวาออกดอก ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 25 วัน หลังจากย้ายกล้า ใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือน อัตรา ประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ปุ๋ยมูลไส้ทุกครั้งให้พรวนดิน และควรฉีดพ่นน้ำหมักสูตรผลไม้ ในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดทุกๆ3-5 วัน
แตงกวาเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมากแต่ขาดน้ำไม่ได้ โครงสร้างของดินที่ปลูกแตงกวาควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี ควรมีความเป็นกรด ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ในสภาพดินที่เป็นดินทรายจัด หรือเหนียวจัด จำเป็นต้องปรับปรุงบำรุงดินก่อนการปลูก โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้วและสภาพความเป็นกรดด่างนั้น ควรจะวิเคราะห์หาค่าความต้องการปูนก่อนที่จะใช้ปูนขาวเพื่อให้มีการใช้ใน ปริมาณที่เหมาะสม
การเตรียมดิน ก่อนการปลูกแตงกวา ไถพรวนดินตากไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อทำลายวัชพืช และศัตรูพืชบางชนิดที่อยู่ในดิน จากนั้นจึงไถพรวนเก็บเอาเศษวัชพืชออก แล้วเตรียมแปลงขนาดกว้าง 1-1.2 เมตร โดยมีความยาวตามลักษณะของพื้นที่ แล้วจึงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไป ปรับโครงสร้างของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแตงกวา การเตรียมหลุมปลูกนั้นควรกำหนดระยะระหว่างต้น ประมาณ 60-80 เซนติเมตร ระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร พลาสติกคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นในดิน ป้องกันความงอกของวัชพืช และพลาสติกบางชนิดสามารถที่จะไล่แมลงไม่ให้เข้ามาทำลายแตงกวาได้
การเตรียมพันธุ์ ขั้นตอนการเตรียมพันธุ์ นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการปลูกแตงกวา ซึ่งพอแบ่งได้ดังนี้
1. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์แตงกวา ควรคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ ซื้อจากร้านค้าให้เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือ มีการบรรจุหีบห่อ เมล็ดที่สามารถป้องกันความชื้น หรืออากาศ จากภายนอกเข้าไปได้ ลักษณะเมล็ดแตงกวาควรมีการคลุกจุลินทรย์สังเคราะแสง เพื่อป้องกันศัตรูพืชที่อาจติดมากับเมล็ด และก่อนใช้เมล็ดทุกครั้งควรทำการทดสอบความงอกก่อน
2. การเตรียมดินเพาะกล้า อัตราส่วนดิน : ปุ๋ยคอก 3:1 และใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือน อัตรา 0.5 กิโลกรัมต่อต้นกล้า 1 ไร่ คลุกให้เข้ากัน แล้วบรรจุลงในถุงพลาสติกขนาด 6x10 เซนติเมตร เพื่อเตรียมสำหรับหยอดเมล็ดแตงกวาต่อไป
3. ทำการบ่มเมล็ด โดยนำเมล็ดบรรจุถุงพลาสติกที่เจาะรูพรุน แช่ในจุลินทรีย์สังเคราะแสง 1ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร แช่เมล็ดนาน 30 นาที เพื่อทำลายเชื้อราที่ผิวเมล็ด จากนั้นนำมาแช่น้ำ 4 ชั่วโมง แล้วจึงบ่มในผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกรัดปากถุงให้แน่น บ่มในสภาพอุณหภูมิห้องนาน 24 ชั่วโมง หลังจากรากงอกยาว 0.5 เซนติเมตร จึงนำไปเพาะต่อไป
4. การหยอดเมล็ดลงถุง นำเมล็ดที่ได้บ่มไว้หยอดลงแต่ละถุง จำนวนถุงละ 1 เมล็ด แล้วใช้ดินผสมหยอดกลบบางประมาณ 1 เซนติเมตร
การดูแลรักษากล้า หลังจากหยอดเมล็ดแล้ว ให้น้ำทันที โดยวิธีการฉีดพ่นให้เป็นฝอยละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปริมาณน้ำที่ให้นั้นไม่ควรให้ปริมาณที่มากเกินไป ในช่วงฤดูร้อน ควรจะให้วันละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ให้ตรวจดูความชื้นก่อนการให้น้ำทุกครั้ง ถุงเพาะกล้านี้ควรเก็บไว้ในที่แดดไม่จัดหรือมีการใช้วัสดุกันแสงไม่ให้มากระ ทบต้นกล้ามากเกินเกินไปเมื่อแตงกวา เริ่มงอกให้หมั่นตรวจดูความผิดปกติของต้นกล้าเป็นระยะ ๆ หากมีการระบาดของแมลงหรือโรคพืช ต้องรีบกำจัดโดยเร็ว และเมื่อต้นกล้ามีใบจริงประมาณ 3-4 ใบ จะอยู่ในระยะพร้อมที่จะย้ายปลูก
การปลูกโดยไม่ใช้ค้าง การปลูกโดยใช้ค้าง
สำหรับแตงกวาบางชนิด
การปลูก วิธีการปลูกแตงกวานั้น พบว่ามีการปลูกทั้งวิธีการหยอดเมล็ดโดยตรงและเพาะกล้าก่อนแล้วย้ายปลูก การหยอดเมล็ดโดยตรงนั้นอาจจะมีความสะดวกในการปลูก แต่มีข้อเสียคือสิ้นเปลืองเมล็ด หากใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมซึ่งมีราคาแพงแล้ว จะเกิดความสูญเสียเปล่าและเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต รวมทั้งวิธีการหยอดเมล็ดนี้จำเป็นที่จะต้องดูแลระยะเริ่มงอกในพื้นที่กว้าง ดังนั้นการใช้วิธีการเพาะกล้าก่อน จึงมีข้อดีหลายประการ อาทิเช่น ประหยัดเมล็ดพันธุ์ ดูแลรักษาง่าย ต้นกล้ามีความสม่ำเสมอ ประหยัดค่าแรงงานในระยะกล้า เป็นต้น
สำหรับการย้ายกล้าปลูกนั้น ให้ดำเนินการตามกระบวนการเพาะกล้าตามที่กล่าวแล้ว และเตรียมหลุมปลูกตามระยะที่กำหนด จากนั้นนำต้นกล้าย้ายปลูกลงในหลุม ตามระยะระหว่างต้นและระหว่างแถวตามที่ได้กำหนดไว้ โดยการฉีกถุงพลาสติกที่ใช้เพาะกล้าออกแล้วย้ายลงในหลุมปลูก ช่วงเวลาที่จะย้ายกล้านั้นควรย้ายช่วงประมาณเวลา 17.00 น. จะทำให้ปฏิบัติงานในไร่นาได้สะดวกและต้นกล้าสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวด ล้อมได้ดียิ่งขึ้น
การให้น้ำ หลังจากย้ายกล้าปลูกแล้ว ต้องให้น้ำทันที ระบบการให้น้ำนั้นอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ แต่ระบบที่เหมาะสมกับแตงกวา คือการให้น้ำตามร่อง เพราะว่าจะไม่ทำให้ลำต้น และใบไม่ชื้น ลดการลุกลามของโรคพืชทางใบ ช่วงเวลาการให้น้ำในระยะแรกควรให้ 2-3 วันต่อครั้งและเมื่อต้นแตงกวา เริ่มเจริญเติบโตแล้วจึงปรับช่วงเวลาการให้น้ำให้นานขึ้น ข้อควรคำนึงสำหรับการให้น้ำนั้น คือ ต้องกระจายในพื้นที่สม่ำเสมอตลอดแปลง และตรวจดูความชื้นในดินไม่ให้สูงเกินไปจนกลายเป็นแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่าได้
การใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยในแตงกวานั้น อาจแบ่งเป็นระยะต่าง ๆ ดังนี้
1. ระยะเตรียมดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตันต่อไร่ และใส่ปุ๋ยมูลใส่เดือน อัตราประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่
2. หลังย้ายปลูกประมาณ 7 วัน ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน เช่น น้ำหมักยูเรีย รดทุกๆ 7 วัน
3. ระยะแตงกวาออกดอก ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 25 วัน หลังจากย้ายกล้า ใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือน อัตรา ประมาณ 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ปุ๋ยมูลไส้ทุกครั้งให้พรวนดิน และควรฉีดพ่นน้ำหมักสูตรผลไม้ ในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดทุกๆ3-5 วัน
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ขายเสื้อผ้าแฟชั่น โคราช ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ
ขายเสื้อผ้าแฟชั่น โคราช ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ
เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ เสื้อผ้ามือแฟชั่น เสื้อผ้าแฟชั่น ราคาถูก เสื้อผ้าแฟชั่น ลำ้สมัย
dress มือสอง เดรสยาว ชุดแซกแฟชั่น กางเกงยีนส์ กางเกงขาสั้น คุณภาพดี ตามหมวดหมู่คะ
น้ำหอมแบรนด์เกรดมิลเล่อร์ นำเข้าจากสิงคโปร์ ราคาถูก
น้ำหอมทุกชิ้น มีกล่อง ขวด สี ขนาด และโค๊ต เท่าของเเท้ น้ำหอม กล่องซีน เหมือน ของเค้าเตอร์ในห้างสินค้าทุกชิ้นเป็นของใหม่ มือ1 น้ำหอม กลิ่น..ติดทนนาน บางรุ่นเทียบเท่าของแท้
น้ำหอมทุกชิ้น มีกล่อง ขวด สี ขนาด และโค๊ต เท่าของเเท้ น้ำหอม กล่องซีน เหมือน ของเค้าเตอร์ในห้างสินค้าทุกชิ้นเป็นของใหม่ มือ1 น้ำหอม กลิ่น..ติดทนนาน บางรุ่นเทียบเท่าของแท้
วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
การเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง
การเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสองเป็นทางเลือกหนึ่ง ของผู้ที่ต้องการมี อาชีพอิสระ หรืออยากมี ธุรกิจส่วนตัว รวมทั้งผู้ที่ต้องการประกอบ อาชีพค้าขาย และอาจจะทำเป็นอาชีพเสริม รองจากอาชีพหลัก มักจะคิดถึง การเปิดร้านขายเสื้อผ้า มือสองเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ
โดยเฉพาะ มือใหม่หัดขาย ทั้งหลาย ซึ่งอาจเป็นเพราะ เหตุผลที่ว่า การเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ไม่เสี่ยงเหมือนกับ การเปิดร้านขายอาหาร เพราะเสื้อผ้า ไม่มีการเน่าเสียนั่นเอง
โดยเฉพาะ มือใหม่หัดขาย ทั้งหลาย ซึ่งอาจเป็นเพราะ เหตุผลที่ว่า การเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ไม่เสี่ยงเหมือนกับ การเปิดร้านขายอาหาร เพราะเสื้อผ้า ไม่มีการเน่าเสียนั่นเอง
ในบทความนี้ จะเป็นการให้แนวทาง สำหรับมือใหม่ ที่มีความต้องการ เปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง นะค่ะ
การเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสองนั้น ดู เหมือนไม่ยากเย็นอะไรนัก ก็แค่ไปหาทำเลที่ดีๆ ที่เหมาะสมจะ เปิดร้านค้าขาย ตกลงทำสัญญาการเช่าร้าน จ่ายเงิน จากนั้น ก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่จะขาย มาเข้าร้าน แล้วก็ขายไป แค่นี้ง่ายจะตาย (ถ้ามองแบบง่ายๆนะค่ะ)
การเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสองก็จะมีเท่านี้ค่ะ แต่หากคิดจะทำเป็นธุรกิจส่วนตัวจริง ๆ และต้องการ ประสบความสำเร็จแล้วนั้น จะต้องคิดวิเคราะห์ให้ละเอียด และมองให้ไกล คือต้องมีการทำการบ้านกันซะหน่อยค่ะ ซึ่งมันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เลยค่ะ
หลักการก็มีอยู่ว่า สำหรับดิฉัน จะขอแบ่งปัน ให้ท่านพิจารณาและคิดวิเคราะห์ ต่อยอด
1. เลือกผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่จะขาย แล้วหาทำเลเปิดร้านค้าขาย ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของเรา
ส่วน ใหญ่ เท่าที่เห็น หลาย ๆ ท่าน ก็จะมีความชอบในตัวสินค้านู้น สินค้านี้ อยู่ในใจ แล้วก็มีความคิดต่อยอดว่า อยากจะขายสินค้าตัวนี้บ้าง หากมือใหม่หัดขายท่านใด มีสินค้าในใจที่ชอบอยู่แล้ว หลักการคิดข้อนี้ เหมาะกับท่านค่ะ ลองรับไว้พิจารณาดูนะคะ
ยกตัวอย่าง สมมุติว่า ท่านชอบเสื้อผ้าเด็ก มีความคิดว่า อยากเปิดร้านขายผ้าห่มมือสอง
เมื่อ มีโจทย์ของตัวเองอย่างนี้แล้ว ลำดับต่อไป ก็ออกสำรวจหาทำเลเปิดร้านค้าขาย ที่เหมาะสมกับผ้าห่มมือสอง โดยพิจารณาว่า ทำเลการเปิดร้านค้า จากกลุ่มลูกค้าละแวกนั้น ๆ ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราหรือไม่ และมีคู่แข่งมากน้อยเพียงใด คือมีคนอื่น ๆ เปิดขายอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ เช่น ใกล้โรงงาน ตามที่ที่มีตลาดนัดมาลง เราก็สามารถขายได้
2. สำหรับท่านที่ต้องการเปิดร้านขายเสื้อผ้า แต่ยังไม่รู้จะขายเสื้อผ้าแนวไหนดี ?
ให้ ลองเลือกทำเลร้านค้าให้ได้ก่อน บางคนอยากขายของเป็น อาชีพเสริม หลังเลิกงาน หรือหลังเลิกเรียน เพราะติดขัดเรื่องเวลา หรือมีเหตุผลอื่น ๆหากเป็นในลักษณะนี้ ก็ต้องคำนึงถึงทำเลร้านค้าก่อนค่ะ คือหาทำเลเปิดร้านให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาดูว่า ซื้อผ้าแนวไหนดี ซึ่งก็มีหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าแฟชั่นมือสอง ชุดกันหนาวมือสอง ผ้าห่มมือสอง
หาก ได้ทำเลเปิดร้านขายแล้ว ก็สำรวจดูว่า บริเวณนั้น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใคร วัยไหน มีกำลังซื้อขนาดใด ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่อยู่ใกล้บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็จะมีคนทำงานเป็นผู้ซื้อ หรือเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มหลัก ดังนั้น เราก็ต้องเลือกสินค้าที่จะขาย ให้ตรงกับคนกลุ่มนี้ค่ะ หรือเลือกยอมเหนื่อยนิด นึงวิ่งขายตามตลาดนัดก้ดี ที่สำคัญต้องราคาถูก
3.หา
แหล่งซื้อสินค้าเพื่อที่จะนำมาขาย ปัจจุบันนี้ก็มีหลายที่นะครับ
ไม่ว่าจะเป็นโรงเกลือ ประตูน้ำ หรือแม้กระทั่งใช้วิธี เหมือนดิฉัน คือ
ขึ้นป้ายหน้าร้าน ใส่ข้อความว่า รับซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นมือสอง ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ราคาตามสภาพจริง เหมือนเป็นการหมุนเวียนสินค้าค่ะ
หรือ ร้านค้าอยู่ใกล้สถานศึกษา มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เดินซะส่วนใหญ่ ก็ให้เลือกสินค้าที่จะขาย ให้อยู่ในความชอบ ความสนใจของกลุ่มลูกค้า คือนักเรียน นักศึกษา และให้ดูด้วยว่า มีเจ้าเดิม ที่ขายอยู่ก่อนนั้น มากน้อยเพียงใด
หรือ ร้านค้าอยู่ใกล้สถานศึกษา มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เดินซะส่วนใหญ่ ก็ให้เลือกสินค้าที่จะขาย ให้อยู่ในความชอบ ความสนใจของกลุ่มลูกค้า คือนักเรียน นักศึกษา และให้ดูด้วยว่า มีเจ้าเดิม ที่ขายอยู่ก่อนนั้น มากน้อยเพียงใด
หลักการใหญ่ ๆ สำหรับการวางแผนเริ่มต้น การเปิดร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ก็มีอย่างนี้ค่ะ ลองนำไปคิดต่อยอดกันดูนะค่ะ หรือปรับตามความเหมาะสมค่ะ
เครดิต: http://pumpuy2shop.lnwshop.com
วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
วิธีการเลือกเสื้อผ้า ให้ขายได้
วันนี้มีบทความสำหรับการเลือกเสื้อผ้าที่จะนำมาขาย หลายคนที่พึ่งลองเปิดร้านขายเสื้อผ้า หรือ
เปิดมาสักพักแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเสื้อผ้าที่นำมาขายที่เราคิดว่าสวยถูกใจ
ลูกค้าเห็นต้องชอบแน่ๆ แต่กลับเป็นค้างสต๊อกเต็มไปหมดต้องมาขายแบบเซลลดราคาแบบขาดทุนขาด
กำไรกันเลย ทำให้เงินหมุนต้องหมดซะก่อน แถมยังมีเสื้อผ้าค้างสต๊อกอีกมากมาย ปัญหานี้บอกได้เลย
ว่าเป็นปัญหาที่เกือบทุกคนที่อยู่ในวงการนี้ต้องเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าปลีก หรือ ส่ง
มาถึงส่วนที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำอีกแนวทางสำหรับคนที่มีทุนน้อยในการลองผิดลองถูก ในความ
เป็นจริงให้จำไว้เสมอว่า สถิติที่ดีคือขุมทรัพย์ ความหมายของคำนี้คงไม่ต้องอธิบายมากก็คงพอจะเข้า
ใจ ใช่แล้วแต่เราจะหาสถิติที่ดีมากจากไหนในเมื่อส่วนใหญ่คนที่มาทำตรงนี้ก็เพื่อจะหารายได้เพิ่มบาง
คนใช้เป็นอาชีพหลัก แต่มีไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งเคล็ดลับของคนที่ประสบ
ความสำเร็จโดยที่ไม่ต้องใช้ทุนมาก ก็หนีไม่พ้นการสร้างสถิติที่ดีมีการคิดวิเคราะห์เหตุและผลโดยไม่ใช้
อารมส์เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง สำหรับแนวทางที่จะแนะนำวันนี้จะเป็นแนวทางที่ไม่ว่าใครนำไปใช้ก็ควร
จะต้องทำให้ยอดขายดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะทุนมากหรือน้อยเรามาเริ่มกันเลยสำหรับทุกข้อที่จะเขียนต่อไปนี้
แม่ค้าควรมองในมุมที่ว่าแต่ละข้อนั้นข้อไหนตรงกับเราแล้วจึงนำไปใช้จะได้ผลสำเร็จที่ดีที่สุด
เปิดมาสักพักแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเสื้อผ้าที่นำมาขายที่เราคิดว่าสวยถูกใจ
ลูกค้าเห็นต้องชอบแน่ๆ แต่กลับเป็นค้างสต๊อกเต็มไปหมดต้องมาขายแบบเซลลดราคาแบบขาดทุนขาด
กำไรกันเลย ทำให้เงินหมุนต้องหมดซะก่อน แถมยังมีเสื้อผ้าค้างสต๊อกอีกมากมาย ปัญหานี้บอกได้เลย
ว่าเป็นปัญหาที่เกือบทุกคนที่อยู่ในวงการนี้ต้องเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าปลีก หรือ ส่ง
มาถึงส่วนที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำอีกแนวทางสำหรับคนที่มีทุนน้อยในการลองผิดลองถูก ในความ
เป็นจริงให้จำไว้เสมอว่า สถิติที่ดีคือขุมทรัพย์ ความหมายของคำนี้คงไม่ต้องอธิบายมากก็คงพอจะเข้า
ใจ ใช่แล้วแต่เราจะหาสถิติที่ดีมากจากไหนในเมื่อส่วนใหญ่คนที่มาทำตรงนี้ก็เพื่อจะหารายได้เพิ่มบาง
คนใช้เป็นอาชีพหลัก แต่มีไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งเคล็ดลับของคนที่ประสบ
ความสำเร็จโดยที่ไม่ต้องใช้ทุนมาก ก็หนีไม่พ้นการสร้างสถิติที่ดีมีการคิดวิเคราะห์เหตุและผลโดยไม่ใช้
อารมส์เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง สำหรับแนวทางที่จะแนะนำวันนี้จะเป็นแนวทางที่ไม่ว่าใครนำไปใช้ก็ควร
จะต้องทำให้ยอดขายดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะทุนมากหรือน้อยเรามาเริ่มกันเลยสำหรับทุกข้อที่จะเขียนต่อไปนี้
แม่ค้าควรมองในมุมที่ว่าแต่ละข้อนั้นข้อไหนตรงกับเราแล้วจึงนำไปใช้จะได้ผลสำเร็จที่ดีที่สุด
- การมองตลาดที่ตัวเองเปิดร้านอยู่ให้แตกฉาน ความหมายคือเราต้องศึกษาพฤติกรรมในที่นี้มีหลายส่วนที่เราต้องมอง เช่นผู้ซื้อที่มาเดินซื้อสินค้าในตลาดที่เราเปิดร้านอยู่นั้นเค้าเป็นใครหรือ เอาอาจจะเปิดรา้นค้าออนไลน์ ยกตัวอย่่าง เว็บขายเสื้อผ้าแฟชั่นมือสอง ตัวอย่างเว็บนี้ http://pumpuy2shop.lnwshop.com/http://pumpuy2shop.lnwshop.com เป็นเว็บขายเสื้อผ้าแฟชั่นมือสอง โคราชhttp://pumpuy2shop.lnwshop.com ไม่ใช่ให้ทำความรู้จักนะจ๊ะ แต่หมายถึงมองว่าลูกค้าที่มาเลือกซื้อนั้นมีกำลังซื้อ ช่วงอายุ เพศ จำนวนคนต่อวัน ตรงนี้เชื่อว่าหลายๆคนก็คงมีการสังเกตุเป็นประจำอยู่ แต่ย้อนถามว่าเราได้ใช้ตรงจุดนี้มาปรับปรุงร้านเราหรือไม่ หรือเรายึดติดกับความคิดเราจนไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ ยกตัวอย่างแม่ค้าเปิดร้านใกล้มหาวิทยาลัย ต่างจังหวัดซึ่งถ้ามองจากจุดนี้ กำลังซื้อของนักศึกษาเหล่านี้จะต่ำ แต่ความต้องการสูง ความหมายแบบบ้านๆคือ ชอบของถูกแต่อยากมีเยอะๆ ตรงนี้หากเราไปฝืนธรรมชาติโดยการ เน้นด้านใดด้านเดียว เช่นเน้นไปที่ของสวยๆดูดีมีสกุล บางเค้าเราก็จะเห็นลูกค้าของเรามาสนใจสินค้ามากมายแต่ก็ต้องเดินจากไปเพราะ ราคา ที่เรามองว่าไม่แพงนะจากคุณภาพที่เราเลือกมาและต้นทุนที่มาสูงตามคุณภาพ คุณจะขายได้แต่จะไม่ได้ตามเป้า แต่ในทางกลับกันถ้าเรามองว่า นักศึกษาชอบของสวยแต่ราคาถูกในที่นี้เราสามารถเลือกสินค้าที่จะมาลงให้ได้ใน ราคาถูก เน้นสวยในแว๊ปแรกที่เราเห็น แม้คุณภาพการเย็บหรือเนื้อผ้าจะไม่ดี เพราะคนเหล่านี้มักมองเสื้อผ้าเป็นแค่แฟชั่นคือเขาไม่ใส่จนสึก บางคนอาจจะแค่ใส่ไปแค่ครั้งสองครั้งก็อายเพื่อนที่จะทักว่าใส่เสื้อผ้าซ้ำ นี้คือตัวอย่างของเครสที่เรายกมาให้คุณมอง ทีนี้คุณลองทำการบ้านดูว่าตลาดของคุณใครกันที่เดิน ใครกันที่เป็นนักช๊อปประจำตลาด ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แนะนำบนพื้นฐานของการเน้นขายง่ายกำไรอาจจะมากน้อยตาม เราปรับให้ขายได้พอดีๆ และเครสนักศึกษามองไปได้ถึงผู้หญิงส่วนมากซะด้วย
- รู้เขารู้เรา ความ หมายในที่นี้จะต่อเนื่องจากด้านบน เราจะเน้นไปการเก็บพฤติกรรมผู้บริโภคเพิ่มเติม เช่นตัวอย่างนักศึกษา เราควรรู้ว่าช่วงไหนของเดือนจะมีการจับจ่ายเยอะ บางช่วงคนเดินเยอะแต่ไม่มีกำลังซื้อ บางช่วงคนเดินปานกลางแต่กลับพร้อมจะจ่ายหนัก ยกตัวอย่างเช่นช่วงเงินเดือนออกของคนทำงาน บ้างออกเป็นวีก บ้างออกปลายเดือน ป้างออกต้นเดือน ตรงนี้ก็จะรวมไปถึงนักศึกษาด้วยเพราะส่วนใหญ่จะได้เงินเป็นรายเดือน ช่วงมีงานต่างๆ วาเลนไทร์ ฤดูท่องเที่ยว บายเนี่ย รับปริญญา ถ้าเรารู้จุดนี้เราสามารถเลือกที่จะลงทุนได้ถูกช่วงเวลาก็จะได้เปรียบแม่ค้า รายอื่น ช่วงไหนที่เรารู้ว่าจะขายไม่ดีเราก็ควรนำของเก่ามาขายแทนการลงทุนใหม่ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เราจมทุน แล้วปรับเปลี่ยนอะไรไม่ทัน หรืออาจจะเกิดการหลงประเด็น ว่าสินค้าของเราไม่ดี แต่จริงๆแล้วเกิดจากช่วงกำลังการจับจ่ายน้อย
- เรียนรู้จากผู้สำเร็จ ใน ข้อนี้แท้จริงแล้วคือข้อหลักที่อยากนำมาเสนอในบทความนี้เพราะในข้ออื่นๆ เชื่อว่าหลายคนพอได้ทำอยู่ประจำอยู่แล้วแต่อาจจะไม่ได้นำมาใช้จริง ตรงนี้แม่ค้าอาจจะเดากันว่าคือการไปลอกร้านอื่นที่เขาขายดี ใช่แล้วแต่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด การลอกคนที่ขายดีควรทำแต่ต้องระวังเรื่องความร้าวฉาน แต่หากในตลาดเป็นตลาดใหญ่การลอกจะไม่กระทบมาก แต่ถ้าตลาดเล็กต้องพึงระวัง แต่ที่ผู้เขียนจะมาแนะนำวันนี้หาใช่การลอกในแบบนี้เพราะตรงนี้ใครๆก็พอจะรู้ การลอกแบบนี้เราจะเป็นผู้ตามในตลาดเสมอ แต่ที่แม่ค้าจะแนะนำขอแนะนำในมุมจากผู้ขายส่งถ้าหากแม่ค้าผู้มีประสบการณ์มา สักระยะใหญ่ๆ ที่มีการลองผิดลองถูกมาเยอะ หลายคนจะพบว่าสินค้าในบางร้านที่เราไปเลือกซื้อทั้งๆที่ลายไม่โดนใจเราเลย แต่กลับขายหมด จนกลายมาเป็นขาประจำร้านนั้นไม่ว่าจะออกแบบไหนมาก็ไม่พ้นที่จะต้องมาขอซื้อ ไปลองขายสักหน่อย ใช่แล้วตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ แต่สถิติ ก็คือ สถิติ มันใช้ได้จริงเพราะผู้ขายส่งที่เก่งๆ ก็คือคนที่ออกแบบแล้วลูกค้านำไปขายได้ ตรงนี้อยู่ที่เซนท์จริงๆ ร้านไหนลูกค้าขายดีก็จะมีขาประจำมารอกันแย่งซื้อเลยทีเดียวซึ่งตรงนี้บอกได้ เลยว่าไม่ใช่ใครก็ทำได้ แต่เราจะไม่พูดถึงประเด็นนี้เราจะมาพูดถึงว่าแล้วเราจะหาร้านแบบนี้ได้จาก ไหนร้านส่งที่ขายได้เนี้ย หลักการไม่ยากร้านส่งพวกนี้จะมีลูกค้าประจำมากเป็นพิเศษแล้วจะมีสินค้าจำนวน จำกัด บางครั้งเราจะไม่เจอร้านนี้ถ้าเราไปสายเพราะของเขาหมด หรืออาจจะเหลือให้เลือกน้อยทำให้เรามองว่าเป็นร้านเล็ก ทางผู้เขียนจะยกตัวอย่างจากร้านในสวนจตุจักร ตลาดขายเสื้อผ้าส่งในคืนวันศุกร์วันเดียวเท่านั้น หากอยากเจอร้านพวกนี้ให้ไปแต่วันคือตั้งแต่ร้านต่างๆยังไม่มาตั้งมาก คุณจะได้พบกับแม่ค้าที่มายืนรอร้านบางร้านเปิดหลายคนๆ ให้จดไว้เลยว่าตรงไหนล๊อคไหน เพราะนั้นแหละคือร้านที่เรากำลังพูดถึง แล้วเราก็เดินให้รอบๆหาร้านแบบนี้ จะมีหลายร้านเลยทีเดียว ก็จดๆไว้ พอถึงเวลาเปิดร้านเราก็เริ่มไล่ดูว่าร้านเหล่านั้นขายสินค้าอะไรตรงกับเรา แนวของเรา แนวของลูกค้าเราหรือไม่ แต่อย่าลืมอย่าเอาเราเป็นที่ตั้งสำหรับสูตรนี้ ให้มองสถิติเป็นที่ตั้ง ถ้าขายไม่ดีจริงเขาไม่มารอแย่งกันแต่หัววันหรอก แล้วก็อย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือกลับไปลองขายหละ ถึงขั้นตอนการเลือกก็ลอกต่อ คราวนี้ลองสังเกตุจากแม่ค้าที่มาเลือกซื้อ คนส่วนใหญ่เหล่านี้มีประสบการณ์เพราะการได้ร้านประจำแสดงว่าเขาต้องลองผิด ลองถูกมาเยอะให้คิดแบบนี้ไว้ก่อน คราวนี้เขาเลือกอะไรเขาวิจารณ์อะไรเราก็ฟังเราก็ดูเป็นแบบอย่าง เชื่อได้เลยว่าวิธีนี้ไม่ผิดหวังและขายได้ดีกว่าเดิมแน่นอน แล้วก็อย่าลืมจดสถิติของเราหละว่าเราขายอะไรแบบไหนได้จากร้านไหน แล้วก็ลองมาปรับดูคราวนี้เราก็ไม่ต้องมั่วสุมอะไรที่มันกว้างเกินไปจะเหลือ เพียงแคบๆ ให้เราขุดขุมทรัพย์แล้ว ขอจบแค่นี้ก่อนนะจ๊ะยาวไปแล้วเมื่อยยย แล้วพบกันใหม่ขายได้ขายดีค้าาาา
- http://pumpuy2shop.lnwshop.com
วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ความรัก
ความรัก
ความรักคือความพร้อมที่จะช่วยเหลือและรับผิดชอบ
ดังนั้นจึงเสียสละและกระทำได้บนความเบิกบานใจ
ความรักมีพฤติกรรมอันจำกัดรูปแบบมิได้
ดังนั้นจึงอยู่เหนือการอ้างอิง และวิจารณ์
ความรักไม่เรียกร้อง และไม่หวาดระแวง
ดังนั้นไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นล้วนมั่นใจในรักเสมอ
ความรักไม่อาจเสาะหา แต่ให้ได้ไม่รู้หมด
ดังนั้นยิ่งเสาะหายิ่งหาไกล ยิ่งให้ยิ่งมีมากขึ้น
ความรักทำลายความกลัว และความเศร้าหมอง
ดังนั้นจึงปลดเปลื้องพันธนาการแห่งความลุ่มหลง
ความรักเป็นสัมพันธภาพที่เหนือกว่าพันธะทั้งมวล
ดังนั้นความรักเท่านั้นที่จะสร้างสันติภาพขึ้นได้
ความรักหล่อเลี้ยง และเป็นพลังที่แท้จริงของชีวิต
ดังนั้นไร้รัก ชีวิตก็ย่อมจืดชืด และสิ้นคุณค่า
ดังนั้นจึงเสียสละและกระทำได้บนความเบิกบานใจ
ความรักมีพฤติกรรมอันจำกัดรูปแบบมิได้
ดังนั้นจึงอยู่เหนือการอ้างอิง และวิจารณ์
ความรักไม่เรียกร้อง และไม่หวาดระแวง
ดังนั้นไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นล้วนมั่นใจในรักเสมอ
ความรักไม่อาจเสาะหา แต่ให้ได้ไม่รู้หมด
ดังนั้นยิ่งเสาะหายิ่งหาไกล ยิ่งให้ยิ่งมีมากขึ้น
ความรักทำลายความกลัว และความเศร้าหมอง
ดังนั้นจึงปลดเปลื้องพันธนาการแห่งความลุ่มหลง
ความรักเป็นสัมพันธภาพที่เหนือกว่าพันธะทั้งมวล
ดังนั้นความรักเท่านั้นที่จะสร้างสันติภาพขึ้นได้
ความรักหล่อเลี้ยง และเป็นพลังที่แท้จริงของชีวิต
ดังนั้นไร้รัก ชีวิตก็ย่อมจืดชืด และสิ้นคุณค่า
ความรักย่อมไม่ปฏิเสธสิ่งใดแม้กระทั่งความเกลียด
ธนาคารเวลา
ธนาคารเวลา
บทความนี้ เมื่อท่านอ่านจบ ให้ถามตัวเองว่า
” สิ่งไหนที่สำคัญ สิ่งนั้นทำแล้วหรือยัง ? ”
” คนไหนที่เรารัก ทำดีกับเค้าแล้วหรือยัง ? ”
ลองจินตนาการว่ามีธนาคารแห่งหนึ่งเข้าบัญชีให้คุณทุกเช้า เป็นเงิน 86,400 บาท ไม่มีการยกยอดคงเหลือไปวันรุ่งขึ้น
ทุกตอนเย็นจะลบยอดคงเหลือทั้งหมดที่คุณไม่ได้ใช้ระหว่างวัน
คุณจะทำอย่างไร? แน่นอนที่สุดคุณต้องถอนมาใช้ทุกบาททุกสตางค์ ใช่ไหม!!!
เราทุกคนมีธนาคารอย่างนั้นเหมือนกัน ธนาคารแห่งนี้ชื่อว่า “เวลา” มันเข้าบัญชีให้คุณ 86,400 วินาที
ทุกคืนมันจะถูกล้างบัญชีถือว่าขาดทุนตามจำนวนที่คุณพลาดโอกาสที่จะลงทุนในสิ่งดีๆ มันไม่สะสมยอดคงเหลือ
ไม่ให้เบิกเกินบัญชี ในแต่ละวันจะเปิดบัญชีใหม่ให้คุณ ทุกค่ำคืนจะลบยอดคงเหลือของทั้งวันออกหมด
ถ้าคุณเสียโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ในระหว่างวัน ผลขาดทุนเป็นของคุณ ไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้
ไม่มีการถอนของ “วันพรุ่งนี้” มาใช้ได้ คุณต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันด้วยยอดเงินฝากของวันนี้
ให้ลงทุนจากเงินฝากเหล่านี้เพื่อได้ผลตอบแทนมาสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อสุขภาพ ความสุข และความสำเร็จ!
นาฬิกากำลังเดิน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ทำทุกขณะที่คุณมีให้มีคุณค่า! และจำไว้เสมอว่าเวลาไม่คอยใครแม้สักคนเดียว เมื่อวานเป็นอดีต
พรุ่งนี้ยังยากที่จะอธิบาย วันนี้เป็นของขวัญ เราจึงเรียกว่า “Present
” สิ่งไหนที่สำคัญ สิ่งนั้นทำแล้วหรือยัง ? ”
” คนไหนที่เรารัก ทำดีกับเค้าแล้วหรือยัง ? ”
ลองจินตนาการว่ามีธนาคารแห่งหนึ่งเข้าบัญชีให้คุณทุกเช้า เป็นเงิน 86,400 บาท ไม่มีการยกยอดคงเหลือไปวันรุ่งขึ้น
ทุกตอนเย็นจะลบยอดคงเหลือทั้งหมดที่คุณไม่ได้ใช้ระหว่างวัน
คุณจะทำอย่างไร? แน่นอนที่สุดคุณต้องถอนมาใช้ทุกบาททุกสตางค์ ใช่ไหม!!!
เราทุกคนมีธนาคารอย่างนั้นเหมือนกัน ธนาคารแห่งนี้ชื่อว่า “เวลา” มันเข้าบัญชีให้คุณ 86,400 วินาที
ทุกคืนมันจะถูกล้างบัญชีถือว่าขาดทุนตามจำนวนที่คุณพลาดโอกาสที่จะลงทุนในสิ่งดีๆ มันไม่สะสมยอดคงเหลือ
ไม่ให้เบิกเกินบัญชี ในแต่ละวันจะเปิดบัญชีใหม่ให้คุณ ทุกค่ำคืนจะลบยอดคงเหลือของทั้งวันออกหมด
ถ้าคุณเสียโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ในระหว่างวัน ผลขาดทุนเป็นของคุณ ไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้
ไม่มีการถอนของ “วันพรุ่งนี้” มาใช้ได้ คุณต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันด้วยยอดเงินฝากของวันนี้
ให้ลงทุนจากเงินฝากเหล่านี้เพื่อได้ผลตอบแทนมาสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อสุขภาพ ความสุข และความสำเร็จ!
นาฬิกากำลังเดิน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ทำทุกขณะที่คุณมีให้มีคุณค่า! และจำไว้เสมอว่าเวลาไม่คอยใครแม้สักคนเดียว เมื่อวานเป็นอดีต
พรุ่งนี้ยังยากที่จะอธิบาย วันนี้เป็นของขวัญ เราจึงเรียกว่า “Present
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
ความจริงของชีวิต
ความจริงของชีวิตคือสภาพความเป็นจริงตามธรรมชาติ หรือกฎของ ธรรมชาติ ที่ทุกคนต้องประสบ ไม่มีทางหลีกหนีได้ การศึกษาความจริงของชีวิต ช่วยให้เรารู้เท่าทัน เข้าใจ และยอมรับความจริง สามารถอยู่กับความจริงได้อย่าง ปกติสุข และช่วยให้ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง นำความรู้จาก ความจริงของชีวิต มาสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตได้
ความจริงของชีวิตตามหลักพุทธธรรม ได้แก่ ไตรลักษณ์ คือ ลักษณะพื้น ๆ ทั่วไปที่มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง 3 ประการ คือ ความไม่เที่ยง ความทุกข์ และความไม่มีตัวตน ส่วนอริยสัจ คือความจริงที่ไม่คลาดเคลื่อน เป็นความจริง ของพระอริยบุคคลเท่านั้น มี 4 ประการ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ซึ่งสามารถนำไปแก้ปัญหาในชีวิตของทุกคนทุกเรื่องได้ตลอดกาล
ความจริงของชีวิตตามคติธรรมดาของโลก คือ สิ่งที่เป็นธรรมดาของโลก ที่ทุกคนต้องประสบ ได้แก่ โลกธรรม 8 ประการ เช่น ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ เป็นต้น และสูตรชีวิต ที่ทุกคนควรพิจารณาอยู่เสมอ ๆ คือ เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย และการพลัดพราก เป็นธรรมดา ไม่มีใคร ล่วงพ้นไปได้ และเรามีกรรมเป็นของตน ใครทำกรรมใดไว้ จะต้องได้รับผลกรรม นั้นเสมอ
วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
“ฝันร้าย”เกิดจากอะไร พร้อมวิธีรับมือกับฝันร้าย
“ฝันร้าย”เกิดจากอะไร พร้อมวิธีรับมือกับฝันร้าย
นิยามของฝันร้าย
ฝันร้ายนั้นดูเหมือนจะเป็นความฝันที่เหมือนกับความจริง ที่ทำให้คุณรู้สึกกลัวและทำให้คุณตื่นจากการนอนที่หลับลึกของคุณ นอกจากนั้นมันมักจะทำให้หัวใจเต้นแรงจากความกลัว ฝันร้ายมักจะเกิดบ่อยที่สุดในช่วงการหลับที่มีการเคลื่อนไหวของลูกตาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงที่ความฝันส่วนมากเกิดขึ้น และมีการพบว่าฝันร้ายมักเกิดบ่อยในช่วงชั่วโมงเช้ามืด
สาเหตุของอาการฝันร้าย
1. ยารักษาโรคบางอย่างออกฤทธิ์กับสารเคมีในสมองทำให้ฝันร้ายได้ อย่างเช่น ยาต้านอาการซึมเศร้า และยาเสพติดมักมีความสัมพันธ์กับฝันร้าย ส่วนยาที่ไม่ได้รักษาโรคทางจิตประสาท เช่นยาลดความดันโลหิตบางชนิด ก็ทำให้เกิดฝันร้ายในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน
2. การหยุดใช้ยาหรือยาเสพติด รวมไปถึงการหยุดแอลกอฮอล์ และยากล่อมประสาทพวกนี้ก็อาจจะไปกระตุ้นให้ฝันร้ายได้ หากคุณสังเกตได้ถึงความแตกต่างของความถี่ของการเกิดฝันร้ายหลังเปลี่ยนยา ให้ปรึกษาแพทย์
3. การนอนหลับที่ไม่เพียงพอก็อาจทำให้ฝันร้ายได้เช่นกัน แม้จะเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า วงจรอย่างนี้จะทำให้ฝันร้ายอย่างผิดปกติเกิดขึ้นได้หรือไม่
4. ความเครียด วิตกกังวลและอาการซึมเศร้า ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ (Post-traumatic stress disorder-PTSD) มักเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยฝันร้ายอยู่ซ้ำซาก
5. เกิดจากความผิดปกติในการนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจเป็นพัก ๆ ระหว่างนอนหลับและอาการขาอยู่ไม่ หากยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ การฝันร้ายเรื้อรังอาจเกิดจากความผิดปกติในการนอนหลับนี่เองแหละครับ
ฝันร้ายอันตรายต่อสุขภาพอย่างไร
ฝันร้ายนั้นมีผลต่อสุขภาพในเรื่องของผู้ที่มีปัญหานอนฝันร้ายนั้น ผู้ที่มีอาการวิตกกังวล หรือซึมเศร้า มีแนวโน้มมากที่มีความเครียดอันเกิดจากประสบการณ์และทนทุกข์กับความป่วยทางจิตมากกว่า แต่มันก็อาจจะไปสัมพันธ์กับการฆ่าตัวตายได้ เนื่องจากฝันร้ายอาจมีผลกระทบกับคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก จึงสำคัญที่จะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากคุณฝันร้ายอยู่เป็นประจำ
การรักษาการฝันร้ายในเคสผู้ใหญ่ เพราะเด็กฝันร้ายนั้นเป็นเรื่องปกติ
1. หากคุณฝันร้ายเพราะ ยาก็อาจเปลี่ยนปริมาณที่ใช้ หรือเปลี่ยนยาเพื่อกำจัดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
2. ฝันร้ายเพราะการหยุดหายใจเป็นพัก ๆ หรืออาการขาอยู่ไม่สุข การรักษาอาการเหล่านี้อาจช่วยให้ดีขึ้นได้
3. หากฝันร้ายไม่เกี่ยวกับการป่วยหรือการใช้ยา อย่าเพิ่งหมดหวังครับ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลถึง 70% ของผู้ที่ฝันร้าย รวมไปถึงผู้ที่มีอาการวิตกกังวล, ซึมเศร้า และความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ
4. การฝึกจินตนาการ เป็นการบำบัดทางพฤติกรรมที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับการฝันร้าย เทคนิคก็คือ ฝึกความคิดที่อยากจะหลุดออกมาจากสิ่งนั้นในขณะที่เรายังตื่น บางครั้งอาจมีการใช้ยาเข้าร่วมเพื่อรักษาอาการฝันร้ายในลักษณะนี้ แต่ผลที่ได้ก็ยังไม่เห็นได้ชัดเท่ากับการฝึกจินตนาการ
ฝันร้ายนั้นดูเหมือนจะเป็นความฝันที่เหมือนกับความจริง ที่ทำให้คุณรู้สึกกลัวและทำให้คุณตื่นจากการนอนที่หลับลึกของคุณ นอกจากนั้นมันมักจะทำให้หัวใจเต้นแรงจากความกลัว ฝันร้ายมักจะเกิดบ่อยที่สุดในช่วงการหลับที่มีการเคลื่อนไหวของลูกตาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงที่ความฝันส่วนมากเกิดขึ้น และมีการพบว่าฝันร้ายมักเกิดบ่อยในช่วงชั่วโมงเช้ามืด
สาเหตุของอาการฝันร้าย
1. ยารักษาโรคบางอย่างออกฤทธิ์กับสารเคมีในสมองทำให้ฝันร้ายได้ อย่างเช่น ยาต้านอาการซึมเศร้า และยาเสพติดมักมีความสัมพันธ์กับฝันร้าย ส่วนยาที่ไม่ได้รักษาโรคทางจิตประสาท เช่นยาลดความดันโลหิตบางชนิด ก็ทำให้เกิดฝันร้ายในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน
2. การหยุดใช้ยาหรือยาเสพติด รวมไปถึงการหยุดแอลกอฮอล์ และยากล่อมประสาทพวกนี้ก็อาจจะไปกระตุ้นให้ฝันร้ายได้ หากคุณสังเกตได้ถึงความแตกต่างของความถี่ของการเกิดฝันร้ายหลังเปลี่ยนยา ให้ปรึกษาแพทย์
3. การนอนหลับที่ไม่เพียงพอก็อาจทำให้ฝันร้ายได้เช่นกัน แม้จะเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่า วงจรอย่างนี้จะทำให้ฝันร้ายอย่างผิดปกติเกิดขึ้นได้หรือไม่
4. ความเครียด วิตกกังวลและอาการซึมเศร้า ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ (Post-traumatic stress disorder-PTSD) มักเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยฝันร้ายอยู่ซ้ำซาก
5. เกิดจากความผิดปกติในการนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจเป็นพัก ๆ ระหว่างนอนหลับและอาการขาอยู่ไม่ หากยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ การฝันร้ายเรื้อรังอาจเกิดจากความผิดปกติในการนอนหลับนี่เองแหละครับ
ฝันร้ายอันตรายต่อสุขภาพอย่างไร
ฝันร้ายนั้นมีผลต่อสุขภาพในเรื่องของผู้ที่มีปัญหานอนฝันร้ายนั้น ผู้ที่มีอาการวิตกกังวล หรือซึมเศร้า มีแนวโน้มมากที่มีความเครียดอันเกิดจากประสบการณ์และทนทุกข์กับความป่วยทางจิตมากกว่า แต่มันก็อาจจะไปสัมพันธ์กับการฆ่าตัวตายได้ เนื่องจากฝันร้ายอาจมีผลกระทบกับคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก จึงสำคัญที่จะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากคุณฝันร้ายอยู่เป็นประจำ
การรักษาการฝันร้ายในเคสผู้ใหญ่ เพราะเด็กฝันร้ายนั้นเป็นเรื่องปกติ
1. หากคุณฝันร้ายเพราะ ยาก็อาจเปลี่ยนปริมาณที่ใช้ หรือเปลี่ยนยาเพื่อกำจัดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
2. ฝันร้ายเพราะการหยุดหายใจเป็นพัก ๆ หรืออาการขาอยู่ไม่สุข การรักษาอาการเหล่านี้อาจช่วยให้ดีขึ้นได้
3. หากฝันร้ายไม่เกี่ยวกับการป่วยหรือการใช้ยา อย่าเพิ่งหมดหวังครับ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลถึง 70% ของผู้ที่ฝันร้าย รวมไปถึงผู้ที่มีอาการวิตกกังวล, ซึมเศร้า และความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ
4. การฝึกจินตนาการ เป็นการบำบัดทางพฤติกรรมที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับการฝันร้าย เทคนิคก็คือ ฝึกความคิดที่อยากจะหลุดออกมาจากสิ่งนั้นในขณะที่เรายังตื่น บางครั้งอาจมีการใช้ยาเข้าร่วมเพื่อรักษาอาการฝันร้ายในลักษณะนี้ แต่ผลที่ได้ก็ยังไม่เห็นได้ชัดเท่ากับการฝึกจินตนาการ
ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องกังวลใจ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณฝันร้ายและตื่นขึ้นมากลางดึก งานวิจัยบอกแล้วว่า มันอาจจะเป็นผลดีต่อตัวคุณเอง เพราะสิ่งที่คุณกังวลเหล่านั้นถูกสมองเปลี่ยนเป็นเรื่องราวที่จับต้องได้ และออกมาในรูปของความฝัน
และเมื่อคุณตื่นมาเพราะฝันร้ายนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นเรื่องจริง แม้ว่าเรื่องราวในความฝันนั้นจะไม่เหมือนจริงเลยก็ตาม ความทรงจำเหล่านั้นกลับง่ายต่อการจัดการทางจิตใจมากกว่า อย่างเช่นคุณจะสามารถรู้ได้ว่าคุณกลัวหรือกังวลเรื่องอะไรในอดีต และคุณจะสามารถหาทางจัดการรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร
ฉะนั้น ถ้าคุณฝันร้าย จงอย่ากลัวที่จะเข้านอน มันจะช่วยให้คุณรับรู้และสามารถจัดการกับความกลัวลึกๆนั้นได้
นอกจากนี้การไม่ยอมพักผ่อนยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตโดยตรงอีกด้วย
นักวิทยาศาสตร์ทำนายอนาคตโลก ในปี 2030 จะเกิด"ยุคน้ำแข็ง"
นักวิทยาศาสตร์ทำนายอนาคตโลก ในปี 2030 จะเกิด"ยุคน้ำแข็ง"
โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษา และค้นพบวิธีการทำนายรอบดวงอาทิตย์ว่า ในปี 2020 - 2030 อาจเกิดปรากฎการณ์ "Maunder Minimum" ซึ่งเคยเกิดมาแล้วในปี 1646 - 1715 หรือที่เรียกว่า "ยุคน้ำแข็งขนาดเล็ก" ซึ่งจะส่งผลให้แม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอนกลายเป็นน้ำแข็งได้หมดเลยทีเดียว
ซึ่งในการศึกษานั้นนักวิทยาศาตร์ได้ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องวัดส่องและวัดค่าคลื่นสองคลื่นด้วยกัน จากนั้นก็นำมาข้อมูลคลื่นมาวิเคราะห์ รวมถึงเทียบรอบกับดวงอาทิตย์ในปัจจุบัน จึงทำให้สามารถทำนายอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้แม่นยำถึง 97% เลยทีเดียว
โดยมีการทำนายว่าในรอบ 11 ปีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบนดวงอาทิตย์ขึ้น และในรอบที่ 25 ของรอบดวงอาทิตย์ (ปี 2030 - 2040) คลื่นสองคลื่นจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากภาวะโลกร้อนได้หมด
ซึ่งถ้าคำทำนายเป็นจริงและเกิด "ยุคน้ำแข็งขนาดเล็ก" ขึ้นจริง โลกทั้งใบจะมีสภาพอากาศหนาวเย็นมาก และอาจจะเกิดวันสิ้นโลกได้เลยเหมือนกับ The Day After Tomorrow และนี่คือคลิปจาก NASA ที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรอบพระอาทิตย์ในรอบ 11 ปีที่ทำให้ผลการศึกษานี้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษา และค้นพบวิธีการทำนายรอบดวงอาทิตย์ว่า ในปี 2020 - 2030 อาจเกิดปรากฎการณ์ "Maunder Minimum" ซึ่งเคยเกิดมาแล้วในปี 1646 - 1715 หรือที่เรียกว่า "ยุคน้ำแข็งขนาดเล็ก" ซึ่งจะส่งผลให้แม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอนกลายเป็นน้ำแข็งได้หมดเลยทีเดียว
ซึ่งในการศึกษานั้นนักวิทยาศาตร์ได้ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องวัดส่องและวัดค่าคลื่นสองคลื่นด้วยกัน จากนั้นก็นำมาข้อมูลคลื่นมาวิเคราะห์ รวมถึงเทียบรอบกับดวงอาทิตย์ในปัจจุบัน จึงทำให้สามารถทำนายอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้แม่นยำถึง 97% เลยทีเดียว
โดยมีการทำนายว่าในรอบ 11 ปีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบนดวงอาทิตย์ขึ้น และในรอบที่ 25 ของรอบดวงอาทิตย์ (ปี 2030 - 2040) คลื่นสองคลื่นจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากภาวะโลกร้อนได้หมด
ซึ่งถ้าคำทำนายเป็นจริงและเกิด "ยุคน้ำแข็งขนาดเล็ก" ขึ้นจริง โลกทั้งใบจะมีสภาพอากาศหนาวเย็นมาก และอาจจะเกิดวันสิ้นโลกได้เลยเหมือนกับ The Day After Tomorrow และนี่คือคลิปจาก NASA ที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรอบพระอาทิตย์ในรอบ 11 ปีที่ทำให้ผลการศึกษานี้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
6 วิธี ขจัดความกังวลในการทำงานตอนเช้า
6 วิธี ขจัดความกังวลในการทำงานตอนเช้า
เช้าวันจันทร์แบบนี้ มนุษย์ทำงานอย่างเราๆ คงรู้สึกไม่พร้อมที่จะตื่นมาทำงาน หลายคนเกิดความวิตกกังวลใน หลายๆ เรื่องรวมไปถึงเรื่องงานที่ต้องเผชิญอีกด้วย
การ จัดการกับความกังวลในตอนเช้าไม่ใช่เรื่องง่ายของใครหลายๆ คน แต่ช้าก่อน! มีผลวิจัยออกมาและพบวิธีที่จะบรรเทาความวิตกกังวลโดยวิธีธรรมชาติ ถ้าคุณปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้เชื่อได้เลยว่าความวิตกกังวลในตอนเช้าของ คุณจะลดลงอย่างแน่นอน...
1. ตื่นเช้ากันเถอะ
มี ผลวิจัยออกมาว่า การตื่นแต่เช้าจะทำให้ชีวิตโดยรวมของคุณดีขึ้น คนที่มีนิสัยนอนเยอะ นอนหลับมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อคืน มีแนวโน้มที่จะมีความวิตกกังวล เป็นโรคซึมเศร้า เกิดโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถ้าคุณนอนหลับไม่เพียงพอก็จะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกเช่นกัน ดังนั้นคุณควรนอนแต่พอดี นอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมงในแต่ละคืน ข้อดีของการตื่นเช้ามีเยอะแยะมากมาย คนที่ตื่นเช้าเป็นประจำ จะมีสมองที่พร้อมประมวลข้อมูลอย่างเต็มที่มากกว่า ทำให้คุณภาพของงานที่คุณได้รับมอบหมายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณจะสามารถแก้ไขปัญหาที่พบเจอในการทำงานได้
2. ออกกำลังกายตอนเช้า
หลาย คนกลัวที่จะออกกำลังกายในตอนเช้า แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการ บรรเทาความวิตกกังวลในตอนเช้าของคุณ การออกกำลังกายในตอนเช้าสามารถทำให้อารมณ์ สุขภาพและ พลังงานของคุณดีขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งหรือไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะตอนเช้า แค่เพียงคุณ ออกกำลังกายง่ายๆ ภายในบ้านหรือที่พักของตัวเอง เช่น การกระโดดเชือก ซิตอัพ หรือโยคะ ก็จะทำให้เกิดการ กระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้คุณผ่อนคลาย ช่วยลดความรู้สึกวิตกกังวลลงได้ และทำให้คุณมี ความสุขได้อย่างแน่นอน
3. ทานอาหารเช้าที่ดี
หลาย คนคงจะรู้อยู่แล้วว่า อาหารมื้อเช้าสำคัญแค่ไหน ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามและยังต้องใส่ใจในอาหารมื้อเช้าของคุณให้มากขึ้นอีก ด้วย คุณควรเลือกใช้ข้าวโอ๊ต, ไข่, ไข่เจียว, สมูทตี้ผลไม้หรือแพนเค้ก ผักหรือผลไม้สีเขียว ไม่ว่าจะเป็นสมูทตี้สีเขียว, สลัดผักสดหรือผักดิบ เพราะสีเขียวมีคลอโรฟิลและแมกนีเซียมซึ่งจะช่วยบรรเทาความตึงเครียดและความ วิตกกังวลของคุณอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้ว คุณก็ควรจะทานอาหารจำพวกนี้ทุกเช้าเพื่อลด ความวิตกกังวลของคุณ
4. ลดการดื่มกาเฟอีน
เพื่อ ที่จะกำจัดความวิตกกังวลในตอนเช้าไปจากชีวิตของคุณ ควรลดการบริโภคกาเฟอีนของคุณซะ การบริโภค เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูงจะเพิ่มความดันโลหิตและระดับความเครียด เพราะกาเฟอีน มีฤทธิ์เป็นสารกระตุ้น และเพิ่มการหลั่ง ของกรดในกระเพาะ และฮอร์โมนไทรอยด์ มีผลในทางลบต่อร่างกายมากมาย เพิ่มความวิตกกังวล ความเครียดให้การทำงานอีกด้วย ดังนั้น คุณจึงต้องลดการดื่มกาเฟอีนให้น้อยลง แค่นี้ชีวิตก็จะดีขึ้น
5. ลดการกินน้ำตาล
รู้ หรือไม่ว่าหลายคนเข้าใจผิดมาตลอดว่า ของหวานทำให้อารมณ์ดี จริงๆ แล้ว เราควรลดการกินน้ำตาล หรือของหวานจัด เพราะมันจะช่วยขจัดความกังวลในตอนเช้าได้ ถ้าเรากินน้ำตาลหรือของหวานจัด เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง เกินไป จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและง่วงนอน น้ำตาลสามารถทำให้อะดรีนาลีน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอะดรีนาลีน เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งของร่างกายจะหลั่งเมื่อรู้สึกอันตรายหรือตกอยู่ในความ เครียด ฮอร์โมนชนิดนี้เพิ่มความดัน เลือดและทำให้ใจเต้นเร็ว ทำให้เพิ่มความวิตกกังวลและความเครียดให้กับการทำงานของร่างกาย
6. ดื่มน้ำมะนาวตอนเช้า
หาก คุณไม่ต้องการที่จะดื่มสมูทตี้หรือชาเขียวในตอนเช้า เราขอแนะนำให้คุณเลือกดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำมะนาว ดื่ม น้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน และแก้วแรกที่ควรจะดื่มในตอนเช้า ขอแนะนำให้คุณลองดื่มน้ำมะนาว ไม่เพียงแต่น้ำ มะนาวจะบรรเทาความวิตกกังวลของคุณ แต่มันยังจะเร่งการเผาผลาญของคุณ ช่วยย่อยอาหารเช้าของคุณดีขึ้น, เพิ่มระดับพลังงานของคุณ ปรับปรุงสุขภาพผิวของคุณและอื่นๆ อีกมากมาย
อย่า ปล่อยให้ความวิตกกังวลทำลายเช้าแรกของสัปดาห์ในวันทำงาน หาวิธีที่ดีที่สุดที่จะต่อสู้กับความกังวลโดย 6 วิธีที่เราได้นำมาบอก! หวังว่าจันทร์นี้จะเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์ที่ดีของทุกคน
อันตรายจาก ‘ผงชูรส’
ผงชูรสไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการแต่
"ผงชูรส มีประโยชน์เพียงทำให้อาการมีรสชาติ
โดยรวมดีขึ้น ต้องใส่ในปริมาณเหมาะสม"

อันตรายของผงชูรสถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ1.พิษภัยและอันตรายที่เกิดจากเกลือโซเดียม กล่าวคือผงชูรสมีโซเดียมที่มาจากโซดาไฟเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นเดียวกับเกลือแกง แต่อันตรายมากกว่า ซึ่งมีพิษภัยอันตรายดังนี้คือ
- ทำให้ภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ลดลง
- ทำให้เกิดการคลั่งในสมองเด็ก ซึ่งเมื่อเด็กโตขึ้นจะเป็นคนปัญญาอ่อน ทำให้เด็กทารกเกิดอาการชักโคม่า ซึ่งบางครั้งแพทย์ไม่รู้สาเหตุ อาจเป็นภัยต่อหญิงมีครรภ์และทารกแรกเกิดด้วย
- เพิ่มอันตรายต่อผู้เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ อาทิ เช่น โรคไต ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจเป็นต้น
2.พิษภัยและอันตรายที่เกิดจากตัวผงชูรสแท้ ส่งผลดังนี้
- ทำให้เกิดอาการแพ้ผงชูรส ซึ่งจะมีอาการชา และร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า แน่นหน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก เป็นต้น
- ทำลายสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตและระบบสืบพันธุ์ของร่างกาย ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ เป็นหมัน อวัยวะสืบพันธุ์เล็กลง
- ทำลายระบบประสาทตา สายตาเสียหรือเกิดตาบอด - ทำลายกระดูกและไขกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตเม็ดเลือดแดงในร่างกาย ทำให้โลหิตจางได้
- ทำให้วิตามินในร่างกายลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบี 6 แก้โรคแพ้ผงชูรสได้
- เกิดโรคมะเร็ง และทำลายระบบประสาทส่วนกลางทำให้เป็นโรคประสาทได้ง่ายขึ้น
- เปลี่ยนแปลงโครโมโซม ทำให้ผิดปกติ ปากแหว่ง หูแหว่ง และจมูกวิ่น แขนขาพิการ เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


