วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

6 วิธี ขจัดความกังวลในการทำงานตอนเช้า

6 วิธี ขจัดความกังวลในการทำงานตอนเช้า

เช้าวันจันทร์แบบนี้ มนุษย์ทำงานอย่างเราๆ คงรู้สึกไม่พร้อมที่จะตื่นมาทำงาน หลายคนเกิดความวิตกกังวลใน หลายๆ เรื่องรวมไปถึงเรื่องงานที่ต้องเผชิญอีกด้วย
การ จัดการกับความกังวลในตอนเช้าไม่ใช่เรื่องง่ายของใครหลายๆ คน แต่ช้าก่อน! มีผลวิจัยออกมาและพบวิธีที่จะบรรเทาความวิตกกังวลโดยวิธีธรรมชาติ ถ้าคุณปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้เชื่อได้เลยว่าความวิตกกังวลในตอนเช้าของ คุณจะลดลงอย่างแน่นอน...

1. ตื่นเช้ากันเถอะ
มี ผลวิจัยออกมาว่า การตื่นแต่เช้าจะทำให้ชีวิตโดยรวมของคุณดีขึ้น คนที่มีนิสัยนอนเยอะ นอนหลับมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อคืน มีแนวโน้มที่จะมีความวิตกกังวล เป็นโรคซึมเศร้า เกิดโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถ้าคุณนอนหลับไม่เพียงพอก็จะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกเช่นกัน ดังนั้นคุณควรนอนแต่พอดี นอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมงในแต่ละคืน ข้อดีของการตื่นเช้ามีเยอะแยะมากมาย คนที่ตื่นเช้าเป็นประจำ จะมีสมองที่พร้อมประมวลข้อมูลอย่างเต็มที่มากกว่า ทำให้คุณภาพของงานที่คุณได้รับมอบหมายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณจะสามารถแก้ไขปัญหาที่พบเจอในการทำงานได้

2. ออกกำลังกายตอนเช้า
หลาย คนกลัวที่จะออกกำลังกายในตอนเช้า แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการ บรรเทาความวิตกกังวลในตอนเช้าของคุณ การออกกำลังกายในตอนเช้าสามารถทำให้อารมณ์ สุขภาพและ พลังงานของคุณดีขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งหรือไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะตอนเช้า แค่เพียงคุณ ออกกำลังกายง่ายๆ ภายในบ้านหรือที่พักของตัวเอง เช่น การกระโดดเชือก ซิตอัพ หรือโยคะ ก็จะทำให้เกิดการ กระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้คุณผ่อนคลาย ช่วยลดความรู้สึกวิตกกังวลลงได้ และทำให้คุณมี ความสุขได้อย่างแน่นอน

3. ทานอาหารเช้าที่ดี
หลาย คนคงจะรู้อยู่แล้วว่า อาหารมื้อเช้าสำคัญแค่ไหน ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามและยังต้องใส่ใจในอาหารมื้อเช้าของคุณให้มากขึ้นอีก ด้วย คุณควรเลือกใช้ข้าวโอ๊ต, ไข่, ไข่เจียว, สมูทตี้ผลไม้หรือแพนเค้ก ผักหรือผลไม้สีเขียว ไม่ว่าจะเป็นสมูทตี้สีเขียว, สลัดผักสดหรือผักดิบ เพราะสีเขียวมีคลอโรฟิลและแมกนีเซียมซึ่งจะช่วยบรรเทาความตึงเครียดและความ วิตกกังวลของคุณอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้ว คุณก็ควรจะทานอาหารจำพวกนี้ทุกเช้าเพื่อลด ความวิตกกังวลของคุณ

4. ลดการดื่มกาเฟอีน
เพื่อ ที่จะกำจัดความวิตกกังวลในตอนเช้าไปจากชีวิตของคุณ ควรลดการบริโภคกาเฟอีนของคุณซะ การบริโภค เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูงจะเพิ่มความดันโลหิตและระดับความเครียด เพราะกาเฟอีน มีฤทธิ์เป็นสารกระตุ้น และเพิ่มการหลั่ง ของกรดในกระเพาะ และฮอร์โมนไทรอยด์ มีผลในทางลบต่อร่างกายมากมาย เพิ่มความวิตกกังวล ความเครียดให้การทำงานอีกด้วย ดังนั้น คุณจึงต้องลดการดื่มกาเฟอีนให้น้อยลง แค่นี้ชีวิตก็จะดีขึ้น

5. ลดการกินน้ำตาล
รู้ หรือไม่ว่าหลายคนเข้าใจผิดมาตลอดว่า ของหวานทำให้อารมณ์ดี จริงๆ แล้ว เราควรลดการกินน้ำตาล หรือของหวานจัด เพราะมันจะช่วยขจัดความกังวลในตอนเช้าได้ ถ้าเรากินน้ำตาลหรือของหวานจัด เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง เกินไป จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและง่วงนอน น้ำตาลสามารถทำให้อะดรีนาลีน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอะดรีนาลีน เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งของร่างกายจะหลั่งเมื่อรู้สึกอันตรายหรือตกอยู่ในความ เครียด ฮอร์โมนชนิดนี้เพิ่มความดัน เลือดและทำให้ใจเต้นเร็ว ทำให้เพิ่มความวิตกกังวลและความเครียดให้กับการทำงานของร่างกาย

6. ดื่มน้ำมะนาวตอนเช้า
หาก คุณไม่ต้องการที่จะดื่มสมูทตี้หรือชาเขียวในตอนเช้า เราขอแนะนำให้คุณเลือกดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำมะนาว ดื่ม น้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน และแก้วแรกที่ควรจะดื่มในตอนเช้า ขอแนะนำให้คุณลองดื่มน้ำมะนาว ไม่เพียงแต่น้ำ มะนาวจะบรรเทาความวิตกกังวลของคุณ แต่มันยังจะเร่งการเผาผลาญของคุณ ช่วยย่อยอาหารเช้าของคุณดีขึ้น, เพิ่มระดับพลังงานของคุณ ปรับปรุงสุขภาพผิวของคุณและอื่นๆ อีกมากมาย

อย่า ปล่อยให้ความวิตกกังวลทำลายเช้าแรกของสัปดาห์ในวันทำงาน หาวิธีที่ดีที่สุดที่จะต่อสู้กับความกังวลโดย 6 วิธีที่เราได้นำมาบอก! หวังว่าจันทร์นี้จะเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์ที่ดีของทุกคน

อันตรายจาก ‘ผงชูรส’

ผงชูรสไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการแต่
"ผงชูรส มีประโยชน์เพียงทำให้อาการมีรสชาติ
 โดยรวมดีขึ้น ต้องใส่ในปริมาณเหมาะสม"
 


อันตรายของผงชูรสถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
1.พิษภัยและอันตรายที่เกิดจากเกลือโซเดียม กล่าวคือผงชูรสมีโซเดียมที่มาจากโซดาไฟเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นเดียวกับเกลือแกง แต่อันตรายมากกว่า ซึ่งมีพิษภัยอันตรายดังนี้คือ
- ทำให้ภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ลดลง
- ทำให้เกิดการคลั่งในสมองเด็ก ซึ่งเมื่อเด็กโตขึ้นจะเป็นคนปัญญาอ่อน ทำให้เด็กทารกเกิดอาการชักโคม่า ซึ่งบางครั้งแพทย์ไม่รู้สาเหตุ อาจเป็นภัยต่อหญิงมีครรภ์และทารกแรกเกิดด้วย
- เพิ่มอันตรายต่อผู้เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ อาทิ เช่น โรคไต ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจเป็นต้น
2.พิษภัยและอันตรายที่เกิดจากตัวผงชูรสแท้ ส่งผลดังนี้
- ทำให้เกิดอาการแพ้ผงชูรส ซึ่งจะมีอาการชา และร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า แน่นหน้าอก หัวใจเต้นช้าลง หายใจไม่สะดวก เป็นต้น
- ทำลายสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตและระบบสืบพันธุ์ของร่างกาย ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ เป็นหมัน อวัยวะสืบพันธุ์เล็กลง
- ทำลายระบบประสาทตา สายตาเสียหรือเกิดตาบอด - ทำลายกระดูกและไขกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตเม็ดเลือดแดงในร่างกาย ทำให้โลหิตจางได้
- ทำให้วิตามินในร่างกายลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบี 6 แก้โรคแพ้ผงชูรสได้
- เกิดโรคมะเร็ง และทำลายระบบประสาทส่วนกลางทำให้เป็นโรคประสาทได้ง่ายขึ้น
- เปลี่ยนแปลงโครโมโซม ทำให้ผิดปกติ ปากแหว่ง หูแหว่ง และจมูกวิ่น แขนขาพิการ เป็นต้น

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แนะนำ...5 ท่าโยคะ แก้อาการปวดหลัง

แนะนำ...5 ท่าโยคะ แก้อาการปวดหลัง


แนะนำ...5 ท่าโยคะ แก้อาการปวดหลัง

ใครที่มีอาการปวดหลัง นอกจากจะรักษาด้วยวิธีพบแพทย์แล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ นั่นก็คือ การโยคะ      
       โยคะ คือการฝึก ร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ร่างกายเกิดความสมดุลอีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ ได้อีกด้วยเอาเป็นว่าใครที่ชอบปวดหลัง นั่งก็ปวด ยืนก็ปวด แม้แต่นอนก็ยังปวด ตามมาดูท่าโยคะที่ช่วยลดอาการเหล่านี้กันดีกว่า
1.Downward Dog
Downward Dog
       วิธีทำ เริ่มจากนั่งคุกเข่า ให้เข่าอยู่ระดับเดียวกับสะโพก วางมือห่างบริเวณหัวไหล่เล็กน้อย จากนั้นให้ยกตัวขึ้น ส้นเท้าอยู่บนพื้นหรือจะยกส้นเท้าขึ้นเล็กน้อยก็ได้เช่นกัน ยกก้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหยียดเข่าให้ตรง ค้างไว้ประมาณ 3 นาที ท่านี้จะช่วยลดอาการปวดหลังได้ดีทีเดียว
2.Bridge Pose      
Bridge Pose
       วิธีทำ เริ่มจากนอนหงายลงบนพื้น วางแขนทั้งสองไว้ด้านข้างของลำตัว ชันเข่าขึ้น แยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย จากนั้นวางแขนแนบลำตัว เกร็งสะโพกแล้วยกขึ้น ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที (หายใจเข้าออกช้าๆ ประมาณ 5 ครั้ง) แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น ท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง
3.Bow Pose   
Bow Pose
  
       วิธีทำ นอนคว่ำลงบนพื้น แยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย ก้มหน้าผากลงจรดกับพื้น จากนั้นงอเข่าใช้มือทั้งสองข้างจับข้อเท้าทั้งสองข้าง ยกตัวและศีรษะขึ้น ยกขึ้นให้สูงเท่าที่จะทำได้ บีบขาให้ชิดติดกัน ทำค้างไว้ประมาณ 30 วินาที ท่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง
4.Cobra
Cobra
       วิธีทำ เริ่มจากนอนคว่ำหน้าลงบนพื้นหรือเสื่อโยคะ วางฝ่ามือทั้งสองข้างไว้ข้างอก ให้ปลายเท้าทั้งสองข้างวางราบลงบนพื้น จากนั้นหายใจเข้า และหายใจออกให้ดันลำตัวขึ้น ยืดแขนตรง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พร้อมเปิดไหล่ออกให้กว้าง ค้างอยู่ในท่านี้ 30 วินาที หรือให้นานกว่านั้น ซึ่งท่านี้สามารถช่วยลดอาการปวดหลังได้
5.Warrior I
Warrior I
       วิธีทำ ยืนตัวตรง ปลายเท้าชิดติดกัน หายใจเข้าออกช้าๆ ก้าวขาใดขาหนึ่งไปด้านหลัง ให้กว้างพอประมาณ จากนั้นยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ ให้แขนตรงแนบชิดหู จากนั้นงอเข่าอีกด้าน บิดเท้าที่อยู่ด้านหลังเฉียงไปด้านหน้าประมาณ 45 องศา กดน้ำหนักลงไปทางด้านหน้าของลำตัวโดยที่ลำตัวตั้งตรง ค้างไว้และสลับทำอีกด้าน ท่านี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ อาทิ ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ ฯลฯ